Academia Siamica

มีนาคม 18, 2007

Saigon’s Last Public Letter Writer

Filed under: เวียดนาม — sayasan @ 4:27 pm

คนเขียนจดหมายคนสุดท้ายในเวียดนาม เรื่องนี้เอามาจาก Spiegel Online เรื่อง A Day with Saigon’s Last Public Letter Writer ตอนเห็นหัวข้อ ผมบอกตรงๆ แปลกใจมากเพราะว่า อัตราส่วนการอ่านออกเขียนได้ของเวียดนามอยู่ที่ 90 ต่อ 100 เป็นอย่างน้อย และอาจจะสูงสูง 95 ต่อ 100 แต่พอได้อ่านเลย รู้ว่าเป็นผู้ชายที่มีอาชีพเขียนและแปลจดหมาย ด้วยภาษาสามภาษา ได้แก่ เวียดนาม, อังกฤษ และฝรั่งเศส
อ่านแล้วประทับใจมาก เหตุผลส่วนหนึ่งน่าจะมากจากฝีมือของคนเขียน เหตุผลที่สอง คุณลุงคนนี้เขียนจดหมายจนมีคนแต่งงานกัน ในฐานะของคนที่เป็นตัวกลางแบบนี้ก็น่าจะภูมิใจเหมือนกัน รวมไปถึงการตามหาญาติพี่น้องที่จากกันไปตั้งแต่ช่วงสงครามเวียดนาม

ผมสงสัยมากว่าในเมืองไทยยังมีอาชีพแบบนี้อยู่รึเปล่า
หมายเหตุ หลังจากอ่านบทความนี้ผมแนะนำให้ใครก็ตามที่จะบอกรัก ให้เขียนจดหมายดีกว่าใช้ e-mail หรือ sms หรืออีกอย่างนึงคือ ตัวหนังสือห่วยๆ ดีกว่าอักษรประดิษฐ์

มีนาคม 13, 2007

บันทึกของ ดั่ง ถุ่ย เจิ่ม

Filed under: Southeast Asia, หนังสือ, เวียดนาม — sayasan @ 7:07 am

หนังสือเล่มนี้เป็นบันทึกส่วนตัวของ ดั่ง ถุ่ย เจิ่ม (Nhật ký Đặng Thùy Trâm) เธอเเป็นหมอในกองทัพเวียดนามเหนือ แต่ข้อมูลปัจจุบันรู้เพียงว่าเธอเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1970

ความเป็นมาของหนังสือเล่มนี้ เกิดจากนโยบายของหน่วยข่าวกรองของกองทัพเอมริกาที่พยายามจะใช้ประโยชน์จากบันทึกส่วนตัวของทหารเวียดนามเหนือ และบันทึกเล่นใดก็ตามที่ไม่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์จะถูกทำลาย แต่บันทึกเล่มนี้ค่อนข้างโชคดีเนื่องจาก ล่ามชาวเวียดนามใต้ได้ร้องขอไม่ให้มีการทำลายบันทึกเล่มนี้ โชคดีผู้ค้นพบบันทึกเล่มนี้ Fred Whitehurst ได้เก็บรักษาบันทึกเล่มนี้ไว้กับตัวเขาเองเพื่อไม่ให้บันทึกถูกทำลาย

ภาหลังจากจบสงคราม Fred Whitehurst พยายามตามหาบุคคลในบันทึกเล่มนี้ คือครอบครัวของผู้เขียน แต่ยิ่งกว่านิยายความพยายามในการตามหาครอบครัวของ ดั่ง ถุ่ย เจิ่ม ใช้เวลาถึง 35 ปี ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อ Whitehurst  ได้ตัดสินใจส่งบันทีกเล่มนี้ไปที่ ศูนย์เวียดนามศึกษา (The Vietnam Project, Texas Tech University) ด้วยความช่วยเหลือของศูนย์เวียดนามศึกษาแห่งนี้และเครื่อข่ายของมิชชันนารีอเมริกันในเวียดนาม ทำให้ในที่สุดก็สามารถค้นพบครอบครัวของ ดั่ง ถุย เจิ่ม ในปี ค.ศ. 2005 และส่งบันทึกเล่มนี้คืนให้กับครอบครัวในที่สุด

ครอบครัวของ ดั่ง ถุ่ย เจิ่ม ตัดสินใจ ตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ในปี เดียวกันปรากฎว่ามียอดขายถึง 300,000 เล่ม และในปี 2006 มียอดจำน่ายเป็น 400,000 เล่ม นอกไปจากนั้นยังสามารถพบได้ตามเว็ปต่าง และยังมีไฟล์เสียงสำหรับคนตาบอดอีกเป็นจำนวนมาก การพิมพ์หนังสือเล่มนี้ ชี้ให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในประเทศเวียดนาม เพราะก่อนหน้าหนังสือเล่มนี้ มีหนังสือหลายเล่มที่เขียนโดยทหารผ่านศึก เนื้อหามักจะบรรยายถึงด้านมืดของสงคราม และตามปกติหนังสือถูกยึด คนเขียนถูกจับ คนที่อยากอ่านจะต้องหาวิธีถ่ายเอกสารกันเอาเอง (ตรงนี้เหมือนกับประเทศไทยมากๆ ต่างกันนิดเดียวตรงที่เวียดนามเป็นสังคมนิยม แต่รัฐไทยประกาศว่าตัวเองเป็นประชาธิปไตย) การที่รัฐบาลและสังคมเวียดนามโดยรวมสามารถยอมรับความผิดพลาดและบาดแผลของตนเอง แสดงให้เห็นถึงความใจกว้างของรัฐบาลเวียดนาม หลังจากการปฎิรูปสังคมนิยม และขณะเดียวกันคนในสังคมสามารถยอมรับกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นร่วมกันได้

ในทางกลับกันหนังสือเล่มทำให้ผมคิดถึงสังคมไทยค่อนข้างมาก คนในรัฐบาลทั้งปัจจุบันและอดีตส่วนใหญ่ล้วนเกี่ยวข้องกับสงครามเวียดนามในรูปแบบต่างๆ และในฐานะของเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด และเคยส่งทหารเข้าไปร่วมในสงครามเวียดนาม  คนไทยกลับไม่เคยได้รับรู้ข้อมูลที่ควรจะได้รู้ เอกสารเกี่ยวกับสงครามเวียดนามถูกนำเข้า “แฟ้มลับ” มากขึ้นเรื่อยๆ ผมจึงคิดว่านี่เป็นโอกาศที่ดีที่สังคมไทยจะได้พิจารณาตนเอง ว่าถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนความคิดของตนเองแล้วหรือไม่ ซึ่งเป็นคำถามที่ควรมาก่อน คำถามเชิงเทคนิดว่า ทำไมเวียดนามจึงแซงหน้าไทยในทางเศรษฐกิจ หรือว่าทำไมเด็กไทยจึงมีคะแนนภาษาอังกฤษแย่ที่สุดในภูมิภาค ในกรณีที่เปรียบเทียบกันผมคิดว่าเวียดนามกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง ด้วยการปฎิรูปเศรษฐกิจใน ปี ค.ศ.1986 มองด้วยสายตาปัจจุบันถือว่าประสบความสำเร็จค่อนข้างมาก การกล้ายอมรับบันทึกเล่มนี้ชี้ให้เห็นถึงความกล้าในการยอมรับอดีตตนเอง

ปล.ข้อมูลเพิ่มเติมและต้นฉบับของหนังสือเล่มนี้มีเป็น PDF สามารถดูได้ตามลิ้งค์
http://www.vietnam.ttu.edu/vietnamcenter/diary/index.htm
http://www.depts.ttu.edu/communications/news/stories/05-10-tram-diaries.php

บลอกที่ WordPress.com .