ตอนเด็กจำได้ว่ามีรายการภาษาไทยวันละคำ ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมาก พอได้เรียนรู้อะไรมากขึ้นผมคิดว่าเรียนวันละคำนี่คงเอาไปใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้แน่นอน ในหนึ่งปีคุณจะสามารถเรียนรู้ได้เพียง 300 คำ ซึ่งน่าจะเพียงพอสำหรับการใช้งานในบางระดับ ลองมาดูตัวอย่างกันในประวัติศาสตร์สักสองสามตัวอย่างนะ ในสมัยอยุธยาระบบการค้าแบบบรรณาการกับราชวงศ์หมิงค่อนข้างเฟื่องฟู จักรพรรดิจีนส่งนักเรียนจีนมาเรียนภาษาไท(ย) ที่อยุธยา โดยเฉพาะช่วงเวลาที่การค้าขาดหายไปเป็นระยะเวลาหลายสิบปี ส่วนมีนักเรียนอยุธยาไปเรียนภาษาจีนหรือเปล่า ถ้าจะมีน่าจะเป็นพวกอาณาจักรไทบางกลุ่ม ที่อยู่ติดกับเขตแดนจีน คนเกาหลีจากราชวงศ์โชซอน และคนเวียดนามจากราชวงศ์เล สองกลุ่มหลังไม่ได้ไปเรียนภาษาอย่างแน่นอนแต่ไปเรียนวิชาประเภทอื่นๆ มากกว่า ตัวอย่างที่สอง ราชวงศ์เหงวียน ให้เจ้าหน้าที่การแปล ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับลาว ไทย เขมร เรียนภาษาใดภาษาหนึ่ง โดยเรียนวันละ 5-10 คำ ตัวอย่างสุดท้าย ชาวสยามในช่วงรัชกาลที่ 4 และ 5 ต้องท่องจำศัพท์ภาษาอังกฤษ วันละ 10-15 คำ
จากเหตุผลข้างต้น ขนาดที่เมื่อหลายศตวรรษก่อน ยังเรียนกันมากกว่าวันละคำ ตอนนี้ถ้าจะเรียนวันละคำคงไม่ทันแน่นอน ต้องเรียนวันละหลายๆคำ กรณีของภาษาลาว คนที่พูดภาษาไทยเป็นภาษาแม่ควรจะเรียนได้อย่างรวดเร็ว และในทางกลับกันคนลาวก็ควรเรียนภาษาไทยได้เร็วเช่นเดียวกัน คนที่สนใจภาษาลาวและวัฒนธรรมของเพื่อนบ้านฝั่งอินโดจีน หรือฝั่งซ้ายแม่นำ้โขง
ผมขอแนะนำ ພາສາລາວມື້ລະຄຳ ถ้าผมเดาไม่ผิดจะต้องแปลว่า ภาษาลาวมื้อละคำ ไม่ต้องแปลกใจเพราะถ้าจำไม่ผิด มื้อ ในภาษาตระกูลไท บางภาษา เป็นคำบ่งบอกระยะเวลา
ตรงนี้ผมขอขอบคุณ คุณ au8ust ผู้เขียนด้วย แต่อยากรู้จังว่า ชื่อนี้อ่านว่าอะไร